...ยินดีต้อนรับสู่บล็อกที่อัพเดตข่าวสารของธนาคารไทยพาณิชย์อย่างครอบคลุม จัดทำโดยนศ.หลักสูตรการเงิน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต...

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไทยพาณิชย์คว้ารางวัลสุดยอดองค์กรที่น่าทำงานแห่งปี 2012 จาก Gallup (U.S.A.)

120731-award-gallup.jpg
ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับคัดเลือกให้เป็น "สุดยอดองค์กรที่น่าทำงานแห่งปี 2555" จาก Gallup 
บริษัทวิจัยชั้นนำแห่งสหรัฐอเมริกา นับเป็นองค์กรไทยที่ได้รับรางวัลที่สูงสุดถึง 4 ปีด้วยกันจากการที่
ธนาคารประสบความสำเร็จในการสร้างความผูกพันของพนักงานให้มีต่อที่องค์กรในระดับที่สูงมาเสมอ
อันเป็นปัจจัยผลักดันให้องค์กรขับเคลื่อนธุรกิจก้าวหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง
    ในการนี้ ธนาคารนำโดยคุณวรวัจน์ สุวคนธ์  ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มทรัพยากรบุคคล
ขอบคุณเพื่อนพนักงานทุกคนที่มีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศการทำงานที่เปี่ยมไปด้วยความผูกพัน 
ความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ และการดูแลเอาใจซึ่งกันและกันภายใต้ร่มเงาต้นโพธิ์แห่งนี้

ที่มา : วันที่ 1 สิงหาคม 2555 จากเว็บไซต์ http://www.scb.co.th/th/news/2012-07-26/nws_award_Gallup

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปข่าว เตือนวิกฤตหนี้ยูโรโซนกดดันส่งออกไปยุโรป (23-29 ก.ค.55)

            จากการที่เศรษฐกิจของยุโรปที่ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและการจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศที่เป็นตลาดสำคัญของไทย ทั้งญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เอเชียใต้ เกาหลีใต้ ไต้หวัน รัสเซียที่นำเข้าสินค้าจากไทยลดลง โดยเฉพาะสินค้าในหมวดเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรที่ปรับตัวลดลงแรง ถือว่าเป็นการลดลงที่ไม่มากนัก หากเศรษฐกิจยุโรปไม่แย่ลงไปกว่าเดิม สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจสามารถดูได้จากดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ GDP มีสูตรการคิดคำนวณดังนี้
                                                GDP = C + I + G + (X – M) 
ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักๆ คือ การบริโภค (C) 
                                                การลงทุน(I) 
                                                การใช้จ่ายของภาครัฐ (G) 
                                                การส่งออก (X) 
                                                นำเข้า (M)
สำหรับการส่งออกสินค้าใน ช่วง 6 เดือนแรก พบว่า หมวดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 9.1%  หมวดสินค้าอุตสาหกรรมส่งออกลดลง 3.6% 
            อย่างไรก็ดี การนำเข้าที่ยังเร่งตัวขึ้นจากหลายปัจจัย อาทิ การปรับตัวลงของราคาสินค้านำเข้าบางหมวด โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ และการเพิ่มการนำเข้าวัตถุดิบที่สอดคล้องกับทิศทางที่ดีขึ้นของภาคการผลิตที่กลับสู่ภาวะปกติแล้วในหลายอุตสาหกรรม  เพราะฉะนั้นดุลการค้าของไทยมีแนวโน้มอาจจะกลับมาดีไทยในช่วงปีนี้

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ธนาคารไทยพาณิชย์ฉลองเปิดสาขาที่ 1,111


120719-branch-1111.jpg

       ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดที่ทำการสาขา 1,111 ณ ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัยเพื่ออำนวย
ความสะดวกแก่ประชาชนย่านสุขุมวิทในการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างครบวงจร นับเป็น
ธนาคารที่มีเครือข่ายสาขามากที่สุดในประเทศ  ฉลองครบ1,111 สาขา ด้วยการมอบของขวัญ
พิเศษให้แก่ลูกค้า 1,111 ท่านแรกที่มาทำธุรกรรม โดยในปีนี้ธนาคารมีแผนเปิดสาขาให้บริการ
ประชาชนเพิ่ม 50 สาขาครอบคลุมทั่วประเทศ

วันที่ 18 ก.ค. 55
เว็บไซต์ http://www.scb.co.th/th/news/2012-07-18/120717_branch_1111

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ไทยพาณิชย์ และ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย จัดอบรมให้ความรู้การระดมทุน หัวข้อ “หุ้นกู้ไทย: โอกาสการระดมทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก”

nws-120713-sh-01.jpg
      
 นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้การต้อนรับ ดร. บัณฑิต นิจถาวร ประธานกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในการบรรยายให้ความรู้ “หุ้นกู้ไทย: โอกาสการระดมทุนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก” แก่บริษัทและผู้ที่สนใจทั่วไป เพื่อส่งเสริมให้มีความเข้าใจในกลยุทธ์การระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ได้อย่างมีประสิทธิภาและก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในตลาดตราสารหนี้ในปัจจุบัน ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่


ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเวทีสัมมนา “วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและจีน... ผลกระทบเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกไทย”

nws-120713-eu-01.jpg
        นายอาทิตย์ นันทวิทยา รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่  ธนาคารไทยพาณิชย์ และ นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมเปิดงานสัมมนาในหัวข้อ “วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปและจีน... ผลกระทบเศรษฐกิจโลกต่อการส่งออกไทย” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในส่วนของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ และจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ของ ส.อ.ท. ร่วมให้ข้อมูลความรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ศักยภาพอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้ รวมถึงการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยงานสัมมนาจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ ห้องเรนโบว์ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค สุขุมวิท 22


ที่มา http://www.scb.co.th/th/news/2012-07-13/120713_eu

ไทยพาณิชย์ออกเงินฝากประจำ 11 เดือน แถม 11 วัน พร้อมเงินฝากประจำ 7 เดือน ให้เลือกออม รับดอกเบี้ยสูงโดนใจ

20120713-Deposit-01.jpg



     ธนาคารไทยพาณิชย์ออกผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน และเพิ่มจำนวนวันที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยแถมให้อีก 11 วัน  รวมอัตราดอกเบี้ยที่ลูกค้าจะได้รับเมื่อฝากครบกำหนด  3.46% ต่อปี พร้อมออกบัญชีเงินฝากประจำพิเศษ 7 เดือน มอบดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี ให้ประชาชนเลือกออมได้แล้วเริ่มตั้งแต่ 14 ก.ค.นี้ทุกสาขาทั่วประเทศ
      นายสมิทธ์ พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการลงทุน เปิดเผยว่า “ ช่วงครึ่งปีหลัง 2555 นี้ เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะผันผวน การออมยังคงเป็นการลงทุนที่ประชาชนให้ความนิยม เพราะให้ผลตอบแทนที่มั่นคง ธนาคารพาณิชย์จึงยังคงแข่งขันระดมเงินฝากกันอย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มความต้องการของลูกค้าเงินฝาก ยังต้องการออมเงินในระยะเวลาที่ไม่ยาวเกินไปแต่ได้ดอกเบี้ยสูง ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำแบบพิเศษ 11 เดือน มาเพื่อรองรับความต้องการลูกค้าโดยใช้ กลยุทธ์การเพิ่มจำนวนวันที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยให้อีก 11 วัน ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่ปรับตัวจนส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ นับเป็นการช่วยให้ลูกค้าเงินฝากได้รับประโยชน์จากผลตอบแทนดอกเบี้ยที่น่าพอใจโดยไม่กระทบต่อลูกค้าสินเชื่อของธนาคาร รวมทั้งได้ออกผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำแบบพิเศษ 7 เดือน มาเพื่อรองรับตลาดในช่วงที่ประชาชนยังต้องรอติดตามนโยบายด้านคุ้มครองเงินฝากต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่นี้ จะได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างดี และภายในสิ้นปี คาดการณ์ว่าธนาคารจะมียอดเงินฝากมากกว่า 1.6 ล้านล้านบาท"
     สำหรับ "เงินฝากประจำพิเศษ 11 เดือน" อัตราดอกเบื้ยพื้นฐาน 3.35% ต่อปี และธนาคารเพิ่มจำนวนวันที่ใช้คำนวณดอกเบี้ยให้อีก 11 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้ฝากได้สิทธิประโยชน์จากการคำนวณอัตราดอกเบี้ย แต่ลูกค้าฝากเพียง 11 เดือนตามปฏิทินเท่าเดิม ช่วยให้ผู้ฝากได้รับผลตอบแทนมากขึ้นอีก 0.11% ต่อปี รวมผลตอบแทนเฉลี่ยทั้งโครงการเป็น 3.46% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 50,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งต่อไปขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อบัญชี จ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้นเมื่อครบกำหนด และในส่วนของ “เงินฝากประจำพิเศษ 7 เดือน” ให้ผลตอบแทนสูง ด้วยอัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ยแบบทบต้นเมื่อครบกำหนด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าไทยพาณิชย์ โทร. 02-777-777


ที่มา  http://www.scb.co.th/th/news/2012-07-13/120712_deposit


วันพุธที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ไทยพาณิชย์จับมือเมเจอร์ จัดเต็มโปรโมชั่นจองซื้อคอนโดในงาน Highlight of High Living 2012




                                                    nwsPro-090755-1.jpg



           ธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมมอบโปรโมชั่นพิเศษแบงก์เดียวในงาน Highlight of High Living 2012 ที่จัดโดย บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ทั้งโปรโมชั่นสินเชื่อบ้าน ผ่อน 0% นาน 1 ปี ฟรีค่าจดจำนอง และสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตไทยพาณิชย์ สำหรับผู้จองคอนโดในเครือเมเจอร์ภายในงาน สามารถผ่อนชำระเงินจองหรือเงินทำสัญญา กับบริการ “SCB ดีจัง” 0% นาน 6 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 15,000 บาท เตรียมพบกับข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปีในงาน Highlight of High Living 2012 ที่จะจัดขึ้นระหว่าง 11 - 15 กรกฎาคม 2555 ณ สยามพารากอน


แจ้งการจดทะเบียนแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ


             ตามที่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิขอแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญของธนาคาร เมื่อวันที่ 29  มิถุนายน 2555  จำนวน 64,561 หุ้น ธนาคารได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงเฉพาะในส่วนการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญต่อกระทรวงพาณิชย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนี้

                ณ วันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ธนาคารมีทุนชำระแล้ว                     33,991,921,980  บาท
                โดยมีจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด                                          3,399,192,198  หุ้น
                 แยกออกเป็น         หุ้นบุริมสิทธิ                                                     5,565,454 หุ้น
                                                 หุ้นสามัญ                                                          3,393,626,744 หุ้น
      
ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้พิจารณารับหุ้นสามัญส่วนที่เพิ่ม โดยให้เริ่มทำการซื้อขายได้ ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปข่าวเด่น ประจำสัปดาห์ครั้งที่ 1 (10-17 มิ.ย.55)


ไทยพาณิชย์มองต้นปี'56ดอกเบี้ยมีโอกาสขึ้น


        สรุปดังนี้   EIC รายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.0% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 13 มิถุนายน 2555 
      จากปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจยุโรปที่เกิดขึ้น รวมไปถึงในครึ่งปีหลังอาจมีปัญหาจากอัตราเงินเฟ้อเนื่องจากอัตราการจ้างขั้นต่ำและราคาสินค้าเพิ่มมากขึ้น อาจจะส่งผลให้ในปี 2013 อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มขึ้นจาก โดยในปีนี้ที่ ธปท.จะให้คงแค่ 3.0% จนถึงปลายปีหากสถานการณ์ทางยุโรปไม่รุนแรงเพิ่มขึ้น

อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย 
ในการดำเนินนโยบายการเงินภายใต้กรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
เป็นเครื่องมือหลักในการส่งสัญญาณนโยบายการเงิน โดยในช่วงที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 16 มกราคม 2550 กนง. ได้ใช้อัตรา
ดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 14 วัน (RP 14 วัน) เป็นดอกเบี้ยนโยบาย ต่อมาตั้งแต่ 17 มกราคม 2550 กนง. ได้ เปลี่ยนมาใช้
อัตราดอกเบี้ยซื้อคืนพันธบัตร 1 วัน (RP 1 วัน) แทน
การเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยจากอัตราดอกเบี้ย  RP 14 วัน มาเป็น RP 1 วัน มีสาเหตุสำคัญดังนี้
  1. ธปท. กำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น term ยาวกว่า 1 วัน แต่เข้าทำธุรกรรมในตลาดทุกวัน 
  2. ปักษ์การดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องของสถาบันการเงิน (Reserve Maintenance Period) ไม่สอดคล้องกับ
  3. กำหนดการประชุม กนง. ส่งผลให้บางปักษ์คร่อมการประชุม กนง.
          ดังนั้น ในกรณีที่ตลาดมีการคาดการณ์อย่างชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายว่าจะมีการปรับขึ้นหรือปรับลดลง
การดำเนินการตามข้อ 1-2 ข้างต้นจะทำให้เกิดปัญหาการกระจุกตัวหรือไม่มีการลงทุนใน RP14 วัน ซึ่งจะส่งผลในทางกลับ
กันต่อการลงทุนใน RP1 วัน ทำให้อัตราดอกเบี้ยมีความผันผวนและอัตราดอกเบี้ยในตลาดพันธบัตร(term structure) ถูกบิดเบือน
ในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น ธปท. จะเน้นการทำธุรกรรมในลักษณะ fixed rate ที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายในธุรกรรม
 bilateral repo ในช่วงเช้าของวัน (โดยสถาบันการเงินเป็นผู้เสนอปริมาณที่ต้องการจะกู้หรือลงทุน) และหาก ธปท. ต้องการทำ
ธุรกรรมระยะอื่นนอกเหนือจาก 1 วัน ธปท. จะทำธุรกรรมในลักษณะ variable rate tender(โดยสถาบันการเงินเป็นผู้เสนอทั้ง
ปริมาณและราคาที่ต้องการจะกู้หรือลงทุน)  ธปท. ยึดเป้าหมายปริมาณเป็นหลักและให้สถาบันการเงินกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามภาวะ
และการคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ดี เพื่อไม่ให้มีธุรกรรม fixed rate ที่คร่อมการประชุม กนง. ธปท. จะหลีกเลี่ยงการทำ
ธุรกรรม bilateral repo ระยะ 1 วัน ในช่วงเช้าของวันที่มีการประชุม กนง. เนื่องจากโดยปกติแล้ว ธปท. จะแถลงผลการประชุม
กนง. ในช่วงบ่ายตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551 เป็นต้นมา ธปท. ได้ใช้อัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี
 (Bilateral Repurchase Transactions) ระยะ 1 วันเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแทนอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพันธบัตร
ระยะ 1 พร้อมกับปิดตลาดซื้อคืนพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทยในวันดังกล่าว
ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย